ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคริดสีดวง ภายใน

ริดสีดวง ภายใน
| | 0 Comments

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อโรคริดสีดวงทวารกันผ่านหูมาบ้าง แต่จะมีสักกี่คน ที่รู้ว่าริดสีดวงแบ่งได้เป็นสองแบบ ได้แก่ ริดสีดวงภายนอกและริดสีดวง ภายใน ซึ่งสาระน่ารู้เกี่ยวกับริดสีดวงภายในนั้นมีหลายต่อหลายประการด้วยกัน โดยเรื่องที่คุณอาจยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคที่อยู่ใกล้ตัวของคุณมีดังต่อไปนี้

1.ริดสีดวงภายในต้องตรวจโดยการส่องกล้องเท่านั้น

มีหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าโรคริดสีดวงทวารภายใน จะต้องใช้การส่องกล้องเพื่อตรวจหาเท่านั้น ทำให้หลายคนเมื่อมีอาการเจ็บหูรูดที่ก้นไม่กล้าจะไปพบแพทย์ เนื่องจากเกรงว่าจะต้องถูกส่องกล้อง แต่แท้ที่จริงแล้วการวินิจฉัยเพื่อตรวจหาโรคริดสีดวงภายในนั้น สามารถตรวจสอบเบื้องต้นโดยแพทย์จะใช้นิ้วสอดก่อน เป็นการตรวจหาก้อนเนื้อที่ไม่ปกติ ในกรณีที่ตรวจหาด้วยนิ้วมือไม่พบ อาจใช้การส่องกล้อง หรือตรวจลำไส้ใหญ่เต็มรูปแบบแทน

2.ริดสีดวงทวารภายในจะไม่มีก้อนเนื้อ

อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วเบื้องต้นว่าโรคริดสีดวงนั้นแบ่งได้เป็นภายนอกและภายใน แต่มักมีการเข้าใจผิดว่าริดสีดวงทวารภายในนั้นจะไม่มีก้อนเนื้อ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วริดสีดวง ภายในก็มีก้อนเนื้อได้เช่นกัน แต่ก้อนเนื้ออาจอยู่ลึกภายในไส้ตรง ทำให้ผู้ป่วยไม่รู้นั่นเอง ทางที่ดีหากว่าขับถ่ายเป็นมูกเลือดหรือมีอาการเจ็บขณะเบ่งอุจจาระ ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงจะดีที่สุด

3.ริดสีดวงภายในต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเท่านั้น

แท้จริงแล้วการรักษาริดสีดวงภายในมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและการวินิจฉัยของแพทย์ประกอบกัน การรักษาโรคริดสีดวงภายในอาจใช้วิธีเหน็บยาหากมีอาการไม่มาก หรือกรณีที่โรครุนแรงขึ้นแพทย์จะฉีดยาบริเวณที่เกิดโรคริดสีดวง ซึ่งต้องฉีดซ้ำใน 2-4 สัปดาห์ การฉีดยานี้จะทำให้ริดสีดวงยุบลงได้โดยไม่ต้องทำการผ่าตัด นอกจากนี้ยังมีการรักษาด้วยเลเซอร์ การใช้ยางรัด และการใช้เครื่องมือตัดเย็บแบบออโตเมติก เป็นต้น

4.ริดสีดวงทวารภายในมีสาเหตุจากพันธุกรรม

สำหรับริดสีดวง ภายใน นั้นมีสาเหตุประกอบหลายประการ ไม่ได้มาจากพันธุกรรมเท่านั้น  หากแต่ยังเกิดได้ในกลุ่มอาชีพที่ต้องยืนนานๆ  หรือการแทรกซ้อนของโรคตับแข็ง โรคไวรัสตับอักเสบ และพฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เช่นการดื่มแอลกอฮอล์ การกินของหวานและของมัน เป็นต้น

โรคริดสีดวงเป็นโรคที่อยู่ใกล้ตัวคุณมากกว่าที่คิด และปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคริดสีดวงจำนวนมาก หากเป็นแล้วจะส่งผลต่อสภาพจิตใจของผู้ป่วย ทั้งการรักษาที่ยาวนาน และการขับถ่ายที่เจ็บปวด ก่อให้เกิดความเครียดสะสม จะดีกว่าหรือไม่หากคุณจะป้องกันโรคด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองตั้งแต่วันนี้